นโยบายความเป็นส่วนตัว กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้
ขอบเขตการใช้นโยบาย
นโยบายฉบับนี้ใช้กับกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ ("บริษัทฯ") หมายความถึง บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือและบริษัทย่อย กล่าวคือ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด, บริษัท ทรีนีตี้ อินเทลลิเจนส์ พลัส จำกัด, บริษัท ทรีนีตี้ วัน จำกัด, บริษัท แอสเซท แบค โฮลดิ้งส์ จำกัด, บริษัท คอนดูอิท แมนเนจเมนท์ เซอร์วิสเซส จำกัด และให้หมายรวมถึงบริษัทที่จะมีการกำหนดเพิ่มเติมในอนาคต(รายละเอียดที่ https://trinitythai.com/th/Investor/Abouttrinity/33)
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ และเพื่อให้คุณเกิดความมั่นใจว่าคุณได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวขึ้น เพื่อแจ้งให้คุณทราบถึงรายละเอียดของบริษัทฯ ในการเก็บ รวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมสำหรับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคล (ตามที่นิยามไว้ในข้อ 1 ข้างล่างนี้) ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
(1) ลูกค้าบุคคลธรรมดาของบริษัทฯ
(2) พนักงาน บุคลากร เจ้าหน้าที่ ผู้แทน ผู้ถือหุ้น บุคคลผู้มีอำนาจ กรรมการ ผู้ติดต่อ ตัวแทน และบุคคลธรรมดาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้านิติบุคคลและคู่ค้าของบริษัทฯ
(3) บุคคลที่ไม่ใช่ลูกค้าของบริษัทฯ บุคคลดังกล่าวรวมถึงบุคคลธรรมดาที่ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการกับบริษัทฯ แต่บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ผู้ลงทุน บุคคลที่ได้เข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัทฯ ผู้ค้ำประกันหรือผู้ให้หลักประกันแก่บริษัทฯ หรือลูกค้าของบริษัทฯ ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ที่ปรึกษาด้านวิชาชีพ รวมถึงผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และตัวแทนโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลดังกล่าว และบุคคลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมกับบริษัทฯ หรือลูกค้าของบริษัทฯ บุคคลที่มีรายชื่อเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด (Sanction Lists) รายชื่อที่ถือเป็นบุคคลเสี่ยงของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐ
บุคคลธรรมดาตาม (1) ถึง (3) ในวรรคก่อนหน้านี้ จะรวมเรียกว่า "คุณ" หรือ "ของคุณ" ส่วนลูกค้าบุคคลธรรมดาและลูกค้านิติบุคคลจะรวมเรียกว่า "ลูกค้า"
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อธิบายถึงวิธีการที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผย นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับธุรกิจ เว็บไซต์ แอพพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (call center) กิจกรรมและนิทรรศการ ช่องทางการติดต่อทางออนไลน์ โลเคชั่นอื่น ๆ (locations) และวิธีการใด ๆ ที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย
นอกจากการแจ้งรายละเอียดนโยบายความเป็นส่วนตัวให้คุณทราบผ่านเอกสารฉบับนี้แล้ว บริษัทฯ ได้มีการแจ้งนโยบายดังกล่าวผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ที่บริษัทฯ กำหนดไว้ รวมถึงหน้าเว็บไซต์ของบริษัทฯ ซึ่งคุณสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ (https://trinitythai.com/Home/PrivacyPolicy)
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม
"ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับคุณซึ่งระบุถึงตัวคุณหรือทำให้สามารถระบุตัวคุณได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตามที่ระบุไว้ข้างล่างนี้ บริษัทฯ อาจเก็บอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจากคุณโดยตรง เช่น ผ่านทางผู้จัดการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน ผู้แนะนำการลงทุน ที่ปรึกษาทางการเงิน หรือศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (call center) ของบริษัทฯ หรือจากแหล่งอื่น ๆ โดยอ้อม เช่น สื่อสังคม แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลภายนอก หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่นๆ และผ่านบริษัทในเครือ ผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงานทางการ หรือบุคคลภายนอก เช่น ธนาคาร ผู้รับฝากทรัพย์สินที่เป็นบุคคลภายนอก ผู้รับฝากทรัพย์สินช่วง นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์ รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์รายอื่นที่เป็นสมาชิกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) และ/หรือ ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Exchange Service Provider) ภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนข้อมูล (SDEP) ทั้งนี้ ประเภทของข้อมูลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของคุณ/ลูกค้ากับบริษัทฯ และ/หรือ บริการหรือผลิตภัณฑ์ที่คุณลูกค้าต้องการจากบริษัทฯ
"ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน(Sensitive Data)" หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายจัดประเภทเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผย ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากคุณ หรือกฎหมายอนุญาตให้กระทำได้
ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคุณ เช่น คู่สมรสและบุตร เครือญาติ ผู้รับมอบอำนาจและผู้รับมอบฉันทะ (ถ้ามี) ผู้รับผลประโยชน์ บุคคลอ้างอิง บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งบริษัทฯ จะเก็บรวมรวม ใช้และเปิดเผย เท่าที่จำเป็น รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลประเภทดังต่อไปนี้
ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของคุณซึ่งบริษัทฯ จะเก็บรวมรวม ใช้และเปิดเผย ได้แก่
2. วัตถุประสงค์ที่บริษัทฯเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของคุณ เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
วัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ จำเป็นต้องได้รับความยินยอม
บริษัทฯ อาศัยความยินยอมของคุณเพื่อ
หมายเหตุ: ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของคุณตาม (ข) (4) อาจปรากฏอยู่ในเอกสาร และ/หรือหลักฐานที่คุณส่งให้แก่บริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ จะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของคุณต่อเมื่อบริษัทฯ ได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น
ในกรณีที่หลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายคือการขอความยินยอม คุณมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมของคุณ ณ เวลาใดก็ได้ โดยคุณสามารถติดต่อ บริษัทฯ ได้ ตามช่องทางการติดต่อที่ระบุไว้ในข้อ 11. เพื่อถอนความยินยอม การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของคุณตามความยินยอมของคุณก่อนที่จะขอถอน
วัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ อาจดำเนินการโดยอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
บริษัทฯ อาจอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้เพื่อเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผย กล่าวคือ
(1) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเข้าทำสัญญาหรือการปฏิบัติตามสัญญากับคุณ
(2) เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
(3) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ และของบุคคลภายนอก เพื่อให้สมดุลกับประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
บริษัทฯ จะอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายใน (1) ถึง (3) ข้างต้น เพื่อการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผย เพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่ง หรือหลายวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
ถ้าข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากคุณจำเป็นสำหรับการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทฯ หรือการเข้าทำสัญญากับคุณ บริษัทฯ อาจจะไม่สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่คุณ (หรือไม่สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่คุณต่อไป) ถ้าบริษัทฯไม่สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเมื่อมีการร้องขอ
3. วิธีการที่บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
บริษัทฯ อาจเปิดเผย หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังบุคคลภายนอก (รวมถึงบุคลากรและตัวแทนของบุคคลภายนอก) ภายในประเทศไทยหรือนอกประเทศไทยดังต่อไปนี้ เทศไทยหรือนอกประเทศไทยดังต่อไปนี้ ซึ่งประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในข้อ 2. โดยคุณสามารถอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกเหล่านั้นโดยตรง เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่บุคคลภายนอกดังกล่าวประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้
3.1 กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ทรีนีตี้
บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังบริษัทอื่น ๆ ภายในกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ หรืออนุญาตให้บริษัทอื่น ๆ ภายในกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ข้างต้น
3.2 ผู้ให้บริการของบริษัทฯ
บริษัทฯ อาจใช้บริษัท ตัวแทน หรือผู้รับจ้างเพื่อการให้บริการต่าง ๆ ในนามของบริษัทฯ หรือเพื่อช่วยเหลือในการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่คุณ บริษัทฯ อาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณกับผู้ให้บริการเหล่านี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (ก) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่นการให้บริการระบบซื้อขายหลักทรัพย์/ระบบปฏิบัติการ (ข) ตัวแทนการวิจัย (ค) ผู้ให้บริการการวิเคราะห์ (ง) ตัวแทนการสำรวจ (จ) ตัวแทนด้านการตลาด สื่อโฆษณาและการติดต่อสื่อสาร (ฉ) ผู้ให้บริการชำระเงิน และ (ช) ผู้ให้บริการด้านธุรการและการดำเนินงาน เช่น การให้บริการจัดพิมพ์ และจัดส่งเอกสาร การให้บริการจัดเก็บเอกสาร
ในการให้บริการเหล่านี้ ผู้ให้บริการอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ให้บริการของบริษัทฯ เพียงเท่าที่จำเป็นในการให้บริการโดยผู้ให้บริการเหล่านี้ และบริษัทฯจะขอให้ผู้ให้บริการเหล่านี้ไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด บริษัทฯจะดำเนินการให้เป็นที่มั่นใจว่าผู้ให้บริการทุกรายที่บริษัทฯ ทำงานด้วยจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้อย่างปลอดภัย
3.3 พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ
บริษัทฯ อาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังบุคคลที่กระทำการในนามของคุณ หรือเกี่ยวข้องในการจัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการประเภทใดที่คุณได้รับจากบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงผู้รับเงิน ผู้รับผลประโยชน์ ผู้แทนในบัญชี (account nominees) ตัวกลาง เช่น บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นบุคคลภายนอก หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ ผู้รับฝากทรัพย์สิน ธนาคารตัวแทน ตัวแทน ผู้ขาย พันธมิตรธุรกิจร่วม (co-brand partners) คู่สัญญา (market counterparties) ผู้ออกผลิตภัณฑ์ หรือระบบคลังข้อมูลทางการค้าโลก (global trade repositories) ที่บริษัทฯ ทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้ในการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่คุณ และที่คุณอนุญาตให้บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ แต่ทั้งนี้ผู้รับข้อมูลเหล่านี้ต้องตกลงที่จะปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของคุณโดยสอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
3.4 บุคคลภายนอกตามที่กฎหมายอนุญาต
ในบางสถานการณ์ บริษัทฯ จำเป็นที่จะต้องเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณกับบุคคลภายนอกเพื่อปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมายหรือกฎระเบียบ ซึ่งรวมถึง การปฏิบัติตามหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย ศาล หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานรัฐ หรือบุคคลภายนอกอื่น ๆ ในกรณีที่บริษัทฯ เชื่อว่าการเปิดเผยหรือการโอนนั้นจำเป็นเพื่อที่จะปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมายหรือกฎระเบียบ หรือเพื่อการปกป้องสิทธิของบริษัทฯ สิทธิของบุคคลอื่น หรือเพื่อความปลอดภัยของบุคคลหรือบุคคลภายนอกใด ๆ หรือเพื่อตรวจสอบ ป้องกัน หรือจัดการเกี่ยวกับปัญหาการฉ้อโกง หรือด้านความมั่นคงหรือความปลอดภัย
3.5 ที่ปรึกษาวิชาชีพ
บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังที่ปรึกษาวิชาชีพของบริษัทฯที่เกี่ยวกับบริการ ปรการ ด้านการตรวจสอบ กฎหมาย การบัญชี และภาษีอากร ซึ่งช่วยในการประกอบธุรกิจและแก้ต่าง หรือจัดการเกี่ยวกับข้อเรียกร้องทางกฎหมาย
3.6 บุคคลภายนอก เช่น ผู้รับโอนสิทธิ ผู้รับโอน หรือผู้รับแปลงหนี้
บริษัทฯ อาจมอบ โอน หรือแปลงหนี้สิทธิหรือภาระผูกพันของบริษัทฯให้แก่บุคคลภายนอก เพียงเท่าที่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาใด ๆ ที่เข้าทำระหว่างคุณกับบริษัทฯ บริษัทฯอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังผู้รับโอนสิทธิ ผู้รับโอน หรือผู้รับแปลงหนี้ รวมถึงบุคคลที่อาจเป็นผู้รับโอนสิทธิ ผู้รับโอน หรือผู้รับแปลงหนี้ แต่ทั้งนี้ผู้รับข้อมูลเหล่านี้ต้องตกลงที่จะปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของคุณโดยสอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
3.7 บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการโอนธุรกิจ
บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้นรายสำคัญ ผู้รับโอนสิทธิ บุคคลที่อาจเป็นผู้รับโอนสิทธิ ผู้รับโอนหรือบุคคลที่อาจเป็นผู้รับโอนของบริษัทฯ ในกรณีที่มีการฟื้นฟูกิจการ การปรับโครงสร้างกิจการ การควบรวมกิจการ การเข้าซื้อกิจการ การขาย การซื้อ กิจการร่วมค้า การโอน การเลิกกิจการ หรือเหตุการณ์ใดในทำนองเดียวกันที่เกี่ยวข้องกับการโอนหรือการจำหน่ายจ่ายโอนธุรกิจ สินทรัพย์ หรือหุ้นทั้งหมดหรือส่วนใด ๆ ของบริษัทฯ ถ้ามีเหตุการณ์ใด ๆ ดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้น ผู้รับข้อมูลจะปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
3.8 สื่อสังคม (Social Media)
บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณกับสื่อสังคม เช่น เฟสบุ๊ค, ไลน์ เพื่อการส่งข้อความทางการตลาดไปหาคุณ การเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ เป็นต้น
3.9 บริษัทหลักทรัพย์รายอื่นที่เป็นสมาชิกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และ/หรือ ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Exchange Service Provider) ภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนข้อมูล (SDEP)
บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลสถานะการเป็นลูกค้า ข้อมูลวงเงิน (Credit Limit & Total Exposure) ข้อมูลบัญชี มูลค่าหลักประกัน และประวัติการชำระราคา (Settlement History) ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์รายอื่นที่เป็นสมาชิกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) และ/หรือ ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Exchange Service Provider) ภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนข้อมูล (SDEP)
การเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวจะเกิดขึ้นในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์รายอื่นร้องขอตรวจสอบข้อมูลอันเนื่องมาจากคุณได้ดำเนินการขอเปิดบัญชี ขอเพิ่มวงเงิน หรือทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงกับบริษัทหลักทรัพย์รายนั้น หรือเป็นไปตามเงื่อนไขการตรวจสอบลูกค้าที่มีระดับความเสี่ยงสูงตามที่สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) และ/หรือ สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากภายหลังคุณได้ยกเลิกการเปิดบัญชีหรือยกเลิกการเพิ่มวงเงินในช่วงขอตรวจสอบข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะไม่นำข้อมูลที่ได้รับไปใช้หรือเปิดเผยให้กับบุคคลภายนอก เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดตามประกาศสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO)
4. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณระหว่างประเทศ
บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังบุคคลภายนอก หรือเครื่องแม่ข่ายที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งประเทศปลายทางอาจมี หรืออาจไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลในลักษณะเดียวกันกับประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการต่าง ๆ เพื่อทำให้คุณมั่นใจได้ว่าการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจะโอนอย่างปลอดภัยและบุคคลที่รับโอนข้อมูลนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และการโอนข้อมูลนั้นชอบด้วยกฎหมายโดยอาศัยข้อยกเว้นตามที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
5. ระยะเวลาในการที่บริษัทฯ เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
5.1 บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นอย่างสมเหตุสมผล เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมาตามที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และเพื่อปฏิบัติตามภาระหน้าที่ทางกฎหมายและกฎข้อบังคับต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของคุณนานขึ้นหากจำเป็นตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม เช่น ระยะเวลาการจัดเก็บเอกสาร/หลักฐานเกี่ยวกับการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (10 ปี นับแต่วันที่มีการปิดบัญชีหรือยุติความสัมพันธ์กับลูกค้า)
5.2 บริษัทฯ จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาหรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
6. ข้อมูลที่สำคัญอื่น ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
6.1 คุกกี้และวิธีการใช้คุกกี้ เว็บไซต์ของบริษัทฯ ใช้เทคโนโลยีคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์และบริการออนไลน์ของคุณ และเพื่อทำให้เว็บไซต์ของบริษัทฯ มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยคุกกี้คือแฟ้มข้อมูลขนาดเล็กมากที่เว็บไซต์บันทึกลงบนฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บข้อมูลส่วนตัวที่คุณกรอกหรือเพื่อเก็บข้อมูลสิ่งที่คุณกรอกโดยไม่ได้บันทึกของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ คุกกี้เหล่านี้ได้รับการเข้ารหัสเพื่อช่วยให้การติดต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์พกพาของคุณและระบบของบริษัทฯ เป็นไปอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ คุณสามารถตรวจสอบสถานะการใช้งานของคุกกี้ หรือปฏิเสธการใช้งานของคุกกี้ในเบราว์เซอร์ของคุณได้ทางหน้าเว็บไซต์ของบริษัทฯ
6.2 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ และคนไร้ความสามารถ โดยทั่วไป กิจกรรมของบริษัทฯไม่ได้มีเป้าหมายที่ผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ และคนไร้ความสามารถ และบริษัทฯ จะไม่มีเจตนาเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากลูกค้าซึ่งเป็นผู้เยาว์ (บุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์หรือโดยการสมรส) โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองในกรณีที่จำเป็น หรือจากคนเสมือนไร้ความสามารถหรือคนไร้ความสามารถ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย ถ้าคุณเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถซึ่งประสงค์จะมีความสัมพันธ์ทางสัญญากับบริษัทฯ คุณต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมายของคุณก่อนที่จะติดต่อบริษัทฯ หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณแก่บริษัทฯ ถ้าบริษัทฯ ทราบว่าบริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่เจตนาจากผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองในกรณีที่จำเป็น หรือจากคนเสมือนไร้ความสามารถหรือคนไร้ความสามารถโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย บริษัทฯ จะลบข้อมูลส่วนบุคคลนั้นทันที หรือยังคงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปถ้าบริษัทฯ สามารถอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายอื่นนอกจากการขอความยินยอม
6.3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก หากคุณให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามใด ๆ เช่น คู่สมรสและบุตรของคุณ ผู้ถือหุ้น พนักงาน กรรมการ ผู้รับมอบอำนาจและผู้รับมอบฉันทะ (ถ้ามี) บุคคลอ้างอิง ผู้รับผลประโยชน์ รายละเอียดการติดต่อในกรณีฉุกเฉิน เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลเหล่านั้น คุณควรมั่นใจว่าคุณมีอำนาจที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และอนุญาตให้บริษัทฯใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้ อีกทั้งคุณต้องรับผิดชอบในการแจ้งให้บุคคลที่สามเหล่านั้นทราบถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และขอรับความยินยอมจากบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้อง หากจำเป็น หรืออาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายอื่น
7. มาตรการความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล
7.1 ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเป็นสิ่งสำคัญ บริษัทฯ ได้นำมาตรฐานความปลอดภัยทางเทคนิคและการบริหารที่เหมาะสมมาใช้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการสูญหาย การเข้าถึงการใช้หรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้งานในทางที่ผิด การดัดแปลงเปลี่ยนแปลง และการทำลายโดยใช้เทคโนโลยีและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสและการจำกัดการเข้าถึง เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณและบุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ ในขณะที่บริษัทฯ รักษาความปลอดภัยของระบบและบริการของบริษัทฯ คุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยและรักษาความเป็นส่วนตัวของรหัสผ่านและรหัสประจำตัว (PIN ID code) ของคุณ และข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีของคุณ และตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ มีเกี่ยวกับคุณนั้นถูกต้องและเป็นปัจจุบัน บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่บริษัทฯ เปิดเผยให้บุคคลภายนอกตามที่คุณได้ให้อนุญาตแล้ว
7.2 บริษัทฯ จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น และจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
8. สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คุณอาจมีสิทธิตามที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
ในกรณีที่คุณยื่นคำขอใช้สิทธิตาม (ก) ถึง (ซ) บริษัทฯ จะดำเนินการพิจารณาคำขอให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับคำร้องขอจากคุณ ซึ่งบริษัทฯ อาจขอขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและปริมาณของคำขอ เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจปฏิเสธการดำเนินการตามสิทธิข้างต้นเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ หากบริษัทฯ มีเหตุแห่งการปฏิเสธที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย
9. Trinity Newsletter
บริษัทฯ จะแจ้ง ข้อเสนอพิเศษ โปรโมชั่น บริการใหม่ ๆ ข้อแนะนำต่าง ๆ และ ข้อมูลข่าวสารจากบริษัทฯ ไปยังช่องทางสื่อสารที่คุณได้ระบุไว้ หากคุณต้องการยกเลิกการรับข่าวสารทางช่องทางดังกล่าว คุณสามารถยกเลิกได้ โดยวิธีการดังต่อไปนี้
9.1 กรณียกเลิกช่องทางอีเมล โดยการคลิกลิงค์ "Unsubscribe" บนอีเมลที่ทางบริษัทฯ ส่งไปยังอีเมลของคุณ หลังจากที่บริษัทฯ ได้รับข้อมูลการยกเลิกของคุณเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการยกเลิกการส่งข้อมูลดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
9.2 กรณียกเลิกช่องทางอื่น ๆ โดยการแจ้งผ่านผู้แนะนำการลงทุนของคุณ ที่ปรึกษาทางการเงิน หรือ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) โทร.0-2343-9555 หลังจากที่บริษัทฯ ได้รับข้อมูลการยกเลิกของคุณเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการยกเลิกการส่งข้อมูลดังกล่าวให้ภายใน 3 วันทำการ
10. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
เพื่อปรับปรุงการดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บริษัทฯขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว บริษัทฯ ขอแนะนำให้คุณอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อย่างละเอียดรอบคอบ และตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามข้อกำหนดของนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ที่ www.trinitysec.co.th เป็นระยะๆ โดยบริษัทฯจะแจ้งเตือนให้คุณทราบ หรือขอความยินยอมจากคุณอีกครั้งหากมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือหากบริษัทฯ มีความจำเป็นโดยกฎหมายที่จะต้องทำการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
11. รายละเอียดการติดต่อบริษัทฯ
หากคุณมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิของคุณที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ หรือหากคุณมีข้อสงสัยหรือเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ โปรดติดต่อบริษัทฯ หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ที่
11.1 กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้
11.2 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับปรับปรุงนี้ ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้
ข้าพเจ้าได้อ่าน และยอมรับข้อกำหนด และเงื่อนไขการเปิดบัญชีหลักทรัพย์ ของบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด